CMU SDGs
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนยังเป็นวิธีการที่ช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริม Soft Power ของชุมชน พร้อมรับกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยหน่วยงานสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ (MDRI) มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการจัดกิจกรรม โครงการต่างๆ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจ และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น
นักวิจัยจาก MDRI จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการพัฒนาสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยมีกิจกรรมการอบรมเรื่องอาหารพื้นบ้านย่าน Lamphun Old Town ซึ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการอบรม “Emotional Marketing กับโมเดลสร้างคุณค่าสินค้าหัตถกรรมสร้างสรรค์” ที่ช่วยส่งเสริมการตลาดสินค้าหัตถกรรมโดยการเน้นความสำคัญของการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าด้วยการเชื่อมโยงกับอารมณ์และประสบการณ์ของลูกค้าการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงและความเข้าใจระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชนท้องถิ่น ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งมากขึ้น Source :
เดินชมและเรียนรู้จุดเรียนรู้ผ่านงานศิลปะ Mae Kha’s Walk Along ครั้งที่ 4
กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) “การถ่ายทอดเทคนิคการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไทลื้อบ้านลวงเหนือ” ณ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อ บ้านใบบุญ ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย MDRI จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เรื่อง อาหารพื้นบ้านย่าน Lamphun Old Town และ “Emotional Marketing กับโมเดลสร้างคุณค่าสินค้าหัตถกรรมสร้างสรรค์”